ทำไมต้อง Say NO กับ GMO

       หลายคนอาจเข้าใจว่าพืช GMO คือพืชธรรมชาติที่คล้ายกับพืชอินทรีย์ แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดที่ร้ายแรง ในทางตรงกันข้าม การรับประทานพืช GMO อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพ มาดู 10 เหตุผลที่ผู้บริโภคและเกษตรกรควรจะปฏิเสธพืช GMO กัน
  1. GMO ไม่ได้เพิ่มศักยภาพของพืชในการเพิ่มผลผลิต
  2. GMO เพิ่มการใช้สารกำจัดศัตรูพืช ทำให้วัชพืชและแมลงดื้อยา
  3. GMO ไม่สามารถอยู่ร่วมกับพืชทั่วไปและพืชอินทรีย์ได้
  4. อัตราการขยายตัวของพื้นที่ปลูก GMO ลดลง พื้นที่ปลูกมีเพียง 12% ของพื้นที่เกษตรของโลกเท่านั้น
  5. ประชาคมวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า GMO จะปลอดภัยในระยะยาว
  6. ประชากรและผู้บริโภคทั่วโลกทั้งยุโรปและอเมริกาต่อต้านพืช GMO มากขึ้น
  7. ผลผลิตถูกตีกลับจากประเทศคู่ค้าสำคัญ ต้นทุนการตรวจสอบและการจัดการเพิ่มขึ้นทั้งระบบ
  8. บรรษัทยักษ์ใหญ่ผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ราคาจึงแพงขึ้น และระบบอาหารถูกควบคุมโดยบรรษัท
  9. เกษตรกรถูกฟ้องจากบรรษัท ทรัพยากรชีวภาพถูกปนเปื้อนด้วยสายพันธุ์ที่ไม่พึงปราถนา
  10. มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เช่น การฟื้นฟูใช้ประโยชน์จากความหลากหลาย การผสมพันธุ์โดยวิธีทั่วไป และการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ เน้นคุณภาพของผลผลิตมากกว่าปริมาณ

       นอกจากนี้ ย้งมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับพืช GMO ที่ต้องทำความเข้าใจกันใหม่ ได้แก่ พืช GMO ให้ผลผลิตไม่ต่างจากพืชทั่วไป ไม่ได้ดีกว่าพันธุ์พื้นบ้าน และไม่ได้มีผลต่อการเพิ่มผลผลิต พืช GMO มีการตัดต่อและใส่ยีนส์เพื่อให้พืชต้านทานยาปราบวัชพืชและเน้นไปที่การจัดการด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นหลัก ในขณะที่วัชพืชสามารถปรับตัวเองให้ต้านทานกับสารกำจัดวัชพืชได้จึงมีแนวโน้มว่าวัชพืชเพิ่มขึ้น ไม่ลดลง เช่นเดียวกับแมลงที่สามารถต้านทานพืช GMO ได้เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรจึงต้องเปลี่ยนพันธุ์พืช GMO ทุก 4-5 ปี โดยต้องซื้อพันธุ์ใหม่ของบรรษัท และพืช GMO ต้องปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งเกษตรกรรายย่อยจะอยู่ไม่ได้เพราะมีพื้นที่น้อย

แชร์บทความนี้Share on Facebook508Tweet about this on Twitter0Email this to someonePrint this page

Related posts