ข้าวออร์แกนิค กับ ข้าว GI ต่างกันอย่างไร

       ข้าว GI คือข้าวอะไร ใช่ข้าวออร์แกนิคหรือไม่ ตอบกันชัดเพื่อหายสงสัย “ไม่ใช่” จริงๆ แล้ว ข้าว GI นั้นเป็นข้าว ธรรมดาๆ นี่เอง แต่เป็นข้าวที่มีความสำคัญด้านเกษตกรรมไทย ข้าว GI มีข้อพิเศษตรงที่ว่าชื่อและลักษณะสามารถ บ่งชี้ถึงถิ่นกำเนิดทางภูมิศาสตร์ได้ หรือในภาษาอังกฤษคือ Geographical Indications หรือ GI เป็นข้าวที่มีชื่อ หรือเครื่องหมายใดๆ ที่ใช้กับแหล่งผลิตที่เป็นต้นกำเนิดของสิ้นค้านั้นๆ ซึ่งจะมีความเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาอย่างยาวนาน

       สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งของท้องถิ่นนั้นๆ ที่มีความเชื่อมโยงระหว่าง ธรรมชาติและมนุษย์ รวมถึงทรัพยากรในพื้นที่นั้นๆ แม้จะเป็นข้าวสายพันธุ์เดียวกัน หากมีการนำไปเพาะปลูกและให้ผลผลิต ก็ไม่ได้รับการรับรองและไม่ถือว่าเป็นสินค้า GI สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ข้าว GI ที่ได้มีการขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว จะเกิดความแตกต่างและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเหล่านั้นได้

       การขึ้นทะเบียน GI จึงเป็นเครื่องมือทางการตลาดชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ได้รับเครื่องหมายการรับรอง GI จะต้องได้รับ การดูแลควบคุมทุกขั้นตอนในการผลิต การรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ภายใต้ วงจรนี้จะทำให้อุตสาหกรรมข้าวไทย เกิดการตื่นตัวและก้าวไปสู่การพัฒนามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริม อุตสาหกรรมพื้นฐานในระดับรากหญ้า ที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งกับชุมชน พร้อมทั้งการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น และยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทในการต่อยอดทางความคิด เช่น ท่องเที่ยวเชิงเกษตร การปลูกพืช Organic และอื่นๆ

       ประเทศไทยมีข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ ข้าว GI แล้ว 9 รายการ ดังนี้
  1. ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เพาะปลูกในเขตพัทลุง ข้าวกล้องมีสีแดงจนถึงแดงเข้มในเมล็ดเดียวกัน ส่วนข้าวสารเป็นข้าวที่มีเมล็ดสีขาวปนแดงหรือชมพู รูปร่างเรียวเล็ก เมื่อขัดสีจะมีสีชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
  2. ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ เพาะปลูกในเขตพื้นที่อำเภอเสาไห้ อำเภอเมือง อำเภอหนองแซง อำเภอวิหารแดง อำเภอหนองแค อำเภอหนองโดน และกิ่งอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี เมล็ดข้าวจะมีขนาดเล็กเรียวยาว เป็นข้าวพื้นแข็งที่มีเปอร์เซ็นต์อมิโลสสูงถึงร้อยละ 27-28 เมื่อหุงสุกข้าวจะร่วนเป็นตัว ไม่เกาะเป็นก้อน หุงขึ้นหม้อ รสชาติดี เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาชั่วลูกชั่วหลาน
  3. ข้าวก่ำล้านนา ข้าวเหนียวที่มีเมล็ดสีดำ ได้จากข้าวก่ำพันธุ์ดอยสะเก็ด ข้าวก่ำอมก๋อย ข้าวก่ำพะเยา หรือข้าวก่ำพื้นเมืองที่มีคุณภาพดี ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน
  4. ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ ข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมือง ในเขตพื้นที่ปลูกข้าวในจังหวัดกาฬสินธุ์ มีลักษณะเฉพาะ คือ ข้าวเปลือกเป็นข้าวมีเปลือกสีน้ำตาล ข้าวสารมีสีขาวนวลเป็นข้าวเหนียว เมื่อนึ่งสุกจะหอมและนุ่ม ไม่แฉะติดมือ และรักษาความอ่อนนุ่มไว้ได้นาน ไม่แข็ง
  5. ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ เพาะปลูกในเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม และยโสธร มีเมล็ดที่ยาวเรียว ไม่มีหางข้าว เมล็ดที่ผ่านการสีแล้วจะมีความเลื่อมมัน จมูกข้าวเล็ก
  6. ข้าวเหลืองปะทิวชุมพร ข้าวพันธุ์หนัก ต้นสูง คอรวงยาว ปลูกในที่ลุ่มและดินเปรี้ยวได้ดี และมีสีขาว เลื่อมมัน มีไนอะซินสูง เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
  7. ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ เพาะปลูกในเขตพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เมล็ดพันธุ์ข้าวต้อง เป็นข้าวดอกมะลิ 105 หรือพันธุ์ กข มีความหอมตั้งแต่เริ่มแทงดอกจนกระทั่งหุงสุกเป็นข้าวสวย ขาวใส เลื่อมมันสวยของเมล็ดข้าว เมื่อหุงสุกจะเป็นข้าวสวยที่มีสีขาวและมีเนื้ออ่อนนุ่ม
  8. ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี พื้นที่เพาะปลูกต้องอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอวารัชภูมิ อำเภอพังโคน และอำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ข้าวกล้องมีสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลคล้ำ หรือเหลืองทอง เมล็ดจะมีกลิ่นหอม เรียว แกร่ง ใส
  9. ข้าวไร่ลืมผัวเพชรบูรณ์ ข้าวเหนียวดำพันธุ์ลืมผัว ปลูกในพื้นที่ระดับความสูง 400-800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง หอม นุ่ม อร่อย จนเป็นที่ล่ำลือว่ากินเพลินจนลืมผัว

แชร์บทความนี้Share on Facebook412Tweet about this on Twitter0Email this to someonePrint this page

Related posts